หน้าเว็บ
ถ้า หากน้องคนใดสนใจที่จะศึกษาในสาขาวิชานั้น ๆ แต่สำรวจตัวเองแล้วพบว่ายังไม่มีคุณสมบัติตามที่พี่แนะนำอย่างเพียงพอก็อย่า เพิ่งตกใจไปนะครับ ของแบบนี้เราสามารถพัฒนากันได้ ช่วงเวลา 4 ปีที่น้องกำลังเรียนกันอยู่ทางคณะก็ต้องพยายามเสริมสร้างคุณสมบัติอันจะช่วย ให้น้องเป็นนักธุรกิจที่ดี ขอแค่น้องมีความสนใจจริงและพร้อมที่จะฝึกฝนตนเองก็เรียนได้อย่างแน่นอนเลย ครับ โดยมีอาจารย์ใจดีจากมหาวิทยาลัยโยนก ให้คำปรึกษา สอบถามได้ที่ MSN อ.บอย tuisuep@hotmail.com หรือ 054-265170-6 www.yonok.ac.th
การจัดการและการบริหารทรัพยากรมนุษย์
- มีความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์
- มีความสามารถในการสื่อสาร
- มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์
- มีความรู้สึกไวต่อความรู้สึกของผู้อื่นและสภาพแวดล้อม
- มีความยืดหยุ่น ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดี
การตลาด
- กล้าแสดงออก
- ชอบติดต่อและสร้างสัมพันธ์กับคนทั่วไป
- กล้าตัดสินใจด้วยเหตุและผล
- ชอบคิดสร้างสรรค์
- ชอบวิเคราะห์วิจัย
- มีความมุ่งมั่นและมานะอดทน
การบัญชี
- มีความสามารถในการทำงานอย่างเป็นระบบ
- มีความคิดที่เป็นระบบและเป็นเหตุเป็นผล
- มีมนุษย์สัมพันธ์ดี
- มีความสนใจที่จะเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร
- มีความสนใจในเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
- มีความสามารถในการนำเสนอที่ดี
- มีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
การค้าและอุตสาหกรรม
- มีทัศนคติเกี่ยวกับคุณภาพ ผลผลิต ความตรงต่อเวลา และต้นทุน
- มีความสามารถในการคิดเชิงระบบ
การบริหารจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ
- มีความคิดสร้างสรรค์
- สนใจเรื่องใกล้ตัว เรื่องสุขภาพและความงาม ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ
- ชอบศึกษาค้นคว้า มีความกระตือรือร้นที่จะใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม
- พร้อมที่จะทำงานหนักที่ท้าทายความสามารถ
- สามารถทำงานเป็นกลุ่ม และติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้
ควรจะมีความถนัดในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานสำหรับการเรียนบริหารธุรกิจ สำหรับน้องที่ไม่ได้เก่งกาจในวิชาคณิตศาสตร์หรือภาษาอังกฤษนี้ พี่แนะนำว่าถ้าหากความสามารถทางคณิตศาสตร์หรือภาษาอังกฤษของน้องอยู่ในระดับ ปานกลางก็ถือว่าเรียนบริหารธุรกิจได้ครับ เพราะว่าเราเรียนคณิตศาสตร์เพื่อประยุกต์ ไม่ใช่เรียนคณิตศาสตร์ในเชิงทฤษฏีเหมือนที่เคยเรียนในระดับมัธยมศึกษา เนื้อหาที่เรียนก็ไม่ใช่สถานการณ์สมมติ แต่เป็นการศึกษาที่มีรากฐานมาจากปัญหาธุรกิจจริง ๆ ไม่เน้นการเรียนเพื่อพิสูจน์สูตร แต่เน้นให้เข้าใจหลักการและนำไปใช้งาน ไม่เน้นการคำนวณผลลัพธ์ซึ่งอาจใช้โปรแกรมสำเร็จรูปแทนได้ แต่เน้นให้รู้จักพิจารณาตีความหมายของผลลัพธ์นั้นและรู้ถึงผลที่ตามมาเมื่อ ข้อกำหนดหรือสภาพแวดล้อมของปัญหาเปลี่ยนไป แต่ถ้าหากความสามารถทางคณิตศาสตร์หรือภาษาอังกฤษของน้องอยู่ในระดับอ่อนนี้ พี่ไม่แนะนำให้เรียนนะ เพราะว่าน้องอาจจะเรียนได้ไม่ดี นอกจากนี้ น้องควรจะมีความสนใจในการประกอบธุรกิจ ไวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ทันต่อเหตุการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต และสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมครับ
ยิ่ง ไปกว่านั้น ในแต่ละสาขาวิชาอาจจะต้องการผู้ศึกษาที่มีบุคลิกที่โดนเด่นเฉพาะอย่าง ซึ่งคุณสมบัติดังต่อไปนี้จะทำให้น้องประสบความสำเร็จในสาขาวิชาต่าง ๆ (มหาวิทยาลัยโยนก คณะบริหารธุรกิจ)
ในสายวัฒนธรรมตะวันออก มีกล่าวถึงศิลปศาสตร์ 18 ประการ ดังนี้
1. สูติ ความรู้ทั่วไป
2. สัมมติ ความรู้กฎธรรมเนียมต่างๆ
3. สังขยา การคำนวณ
4. โยคยันตร์ การช่างยนต์
5. นีติ นีติศาสตร์
6. วิเสสิกา ความรู้การอันทำให้เกิดมงคล
7. คันธัพพา วิชานาฏศิลป์
8. คณิกา วิชาบริหารร่างกาย
9. ธนุพเพธา วิชายิงธนู
10. ปุราณา โบราณคดี
11. ติกิจฉา วิชาแพทย์
12. อิติหาสา ตำนานหรือประวัติศาสตร์
13. โชติ ดาราศาสตร์
14. มายา วิชาพิชัยสงคราม
15. ฉันทสา การประพันธ์
16. เกตุ วาทศิลป์
17. มันตา วิชามนต์
18. สัททา ไวยากรณ์
ศิลปศาสตร์ (อังกฤษ: Liberal arts) หมายถึง การศึกษาที่มุ่งจะให้ความรู้ทั่วไป และทักษาเชิงปัญญา มิใช่วิชาชีพเฉพาะด้าน หรือความทักษะเชิงช่าง
เดิมนั้น คำว่า "ศิลปศาสตร์" เป็นศัพท์ภาษาสันสกฤต (ศิลฺป + ศาสฺตฺร) หมายถึง วิชาความรู้ทั้งปวง ในภายหลังใช้ในความหมายเดียวกับ Liberal Arts ในภาษาอังกฤษ ดังระบุคำนิยามไว้ข้างต้น
ในประวัติศาสตร์การศึกษาของตะวันตกนั้น ศิลปศาสตร์ 7 อย่าง อาจจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ไตรศาสตร์ (trivium) และ จตุรศิลปศาสตร์ (quadrivium)
การศึกษาในกลุ่ม ไตรศาสตร์ ประกอบด้วย 3 สาขาวิชา ได้แก่ ไวยากรณ์ (grammar), ศิลปะการใช้เหตุผล (dialectic หรือ logic) และศิลปะการพูด (rhetoric) ส่วนการศึกษากลุ่ม จตุรศิลปศาสตร์ ประกอยด้วย 4 สาขาวิชา ได้แก่ เลขคณิต, ดนตรี, เรขาคณิต และ ดาราศาสตร์ ศิลปศาสตร์นั้นถือเป็นหลักสูตรแกนของมหาวิทยาลัยในยุคกลาง
คำว่า liberal ในคำว่า liberal arts นั้น มาจากศัพท์ภาษาละตินว่า liberalis หมายถึง "เหมาะแก่เสรีชน" (ชนชั้นสูงด้านสังคมและการเมือง) ซึ่งตรงกันข้ามกันศิลปะการรับใช้หรือบริการ (servile arts) ในเบื้องต้นคำว่าศิลปศาสตร์ในแนวคิดของตะวันตก จึงเป็นตัวแทนของทักษะและความรู้ทั่วไป ที่จำเป็นต้องใช้ในหมู่ชนชั้นสูงในสังคม ขณะที่ศิลปะบริการนั้น เป็นตัวแทนของความรู้และทักษะของพ่อค้าผู้เชี่ยวชาญ ที่จำเป็นต้องรู้ในหมู่ผู้รับใช้ชนชั้นสูง หรือขุนนาง
หลักสูตรนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่อยู่ในภาควิชา ARTIST DEVELOPMENT โดยผู้เรียนต้องศึกษาในเนื้อหา ที่เกี่ยวกับ คำอธิบายดังต่อไปนี้
1. เนื้อหาวิชาจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับ Posture ลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง เพื่อการเปล่งเสียงที่มีคุณภาพ, Breathing Technique เทคนิคการหายใจ, Basic Vowel Sounds ฝึกการออกเสียงสระ และที่มาของแหล่งกำเนิดเสียง , Open Throat การเปิดคอ , Range ฝึกการร้องระยะของเสียง และกำหนด Range Pitch ฝึกการร้อง ฟังระดับเสียงต่างๆ เริ่มต้นร้องหรือเปล่งเสียงจาก Middle C หรือเสียงจากตัวโน้ตต่างๆ , Beginning Rhythm Exercise ฝึกการเข้าใจการนับจังหวะตามอัตราส่วนต่างๆของโน้ตต่างชนิดกัน Sight singing Simple Melodies ฝึกการร้องเริ่มต้นจากโน้ตง่ายๆ และอัตราส่วนของโน้ตจากง่ายไปยาก , Recognizing Patterns จำรูปแบบของอัตราส่วนของโน้ตในหลายรูปแบบ, How to Read
Rhythm and Beat ฝึกให้นักเรียนเข้าใจและสามารถเข้าใจใน จังหวะต่างๆ ตามเครื่องหมาย (Sign)
2. ฝึกการร้อง Arpeggio /Scale ฝึกการร้องตาม Scale ต่างๆ / ฝึกการร้องขั้นคู่เสียง Intervals การใช้พยัญชนะต่างๆ Using Consonants/การฝึกทำนองต่างๆ Lyrics/การใช้ Microphone/ การสื่อสารระหว่างนักร้องกับผู้ชมให้มีอารมณ์ร่วม Comic Delivery ขับร้อง Singing ในทุกสไตล์
3. การถ่ายทอดอารมณ์ในการร้องเพลง การใช้เสียงที่หลากหลาย เช่น Head Tone (การร้องเสียงสูง) Ceast Tone (ร้องเสียงต่ำ) Nasel Tone (เสียงขึ้นจมูก) การร้องเสียงแบบปกติ / เสียงสั่น และอื่นๆ
4. ร้องเพลงของศิลปินที่ผ่านการพิจารณาจากอาจารย์
การร้องเพลง หรือ การขับร้อง คือการทำให้เกิดเสียงดนตรีจากเสียงและเสริมด้วยถ้อยคำทั้งระบบเสียงสูงต่ำและจังหวะ คนที่ขับร้องเพลงเรียกว่า นักร้อง และนักร้องจะแสดงการขับร้องเพลง ซึ่งอาจจะร้องแบบอะแคปเปลา (ร้องโดยไม่ใช้ดนตรี) หรือมีนักดนตรี เครื่องดนตรีประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีตัวเดียวหรือเต็มวง การร้องนั้นส่วนใหญ่จะร้องร่วมการแสดงกับนักดนตรีกลุ่มอื่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคอรัสที่ร้องในเสียงที่แตกต่างกัน หรือกลุ่มนักเล่นดนตรี อย่างเช่นวงร็อกเป็นต้น
การร้องเพลงนั้นาอาจร้องแบบไม่เป็นทางการ ร้องเพื่อความบันเทิง อย่างเช่นร้องระหว่างการอาบน้ำ ร้องคาราโอเกะ หรือในบางกรณีร้องอย่างเป็นทางการ เช่นร้องในระหว่างพิธีทางศาสนา หรือนักร้องอาชีพร้องเพื่อแสดงบนเวทีหรือร้องในสตูดิโอ การร้องที่มีทักษะสูงหรือร้องในระดับอาชีพ มักจะต้องอาศัยความสามารถแต่กำเนิด การเรียนการสอน และการฝึกฝน นักร้องมืออาชีพจะสร้างหนทางสู่อาชีพด้วยการเป็นนักร้องในแนวเพลงต่าง ๆ อย่างเช่น นักร้องคลาสสิก นักร้องร็อก พวกเขาต้องฝึกทักษะการร้องในแนวเพลงนั้น ทั้งจากครูสอนร้องหรือโค้ชร้อง ในอาชีพของพวกเขา
เกี่ยวกับฉัน
Labels
- Sugar EyeS (1)
Blog Archive
ผู้ติดตาม
You can replace this text by going to "Layout" and then "Page Elements" section. Edit " About "
เล่น Facebook กัน ค่ะ
เล่น hi5 กัน ค่ะ
Wp Theme by Promiseringsdesigns | Blogger Template by Anshul
Filed Under : by Pevago
